วันพฤหัสบดีที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

แมลงเม่า (alates)


       แมลงเม่า (alates) คือปลวกในวรรณะสืบพันธุ์ที่โตเต็มที่โดยมีปีกยาวเลยลำตัวออกมา เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ ซึ่งมักจะอยู่ในช่วงฤดูฝน ปลวกหนุ่มสาวที่มีปีกภายในจอมปลวกจะพากันบินออกมาจากรังมารวมหมู่เพื่อเลือกคู่ครอง พอจับคู่กันได้หนึ่งต่อหนึ่ง ก็ชักชวนกันไปหาทำเลอันเหมาะสม จัดการสลัดปีกทิ้งผสมพันธุ์กันแล้วมุดลงสู่พื้นดิน หลังจากนั้นแมลงเม่าสองตัวก็จะกลายสภาพเป็นราชาและราชินีปลวก รานิชีเริ่มต้นขบวนการวางไข่อย่างต่อเนื่องทันทีหลังการผสมพันธุ์ โดยมีราชาคอยผสมพันธุ์ โดยมีราชาคอยผสมพันธุ์ให้เป็นระยะ ๆ นับจากนี้เธอจะกลายเป็นนางพญาปลวก คอยทำหน้าที่วางไข่สร้างประชากรไปตลอดชั่วชีวิต เมื่อเวลาผ่านไปรูปร่างของนางพญาจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ คือ ส่วนท้องจะขยายใหญ่ขึ้นตลอดเวลาเพื่อให้เหมาะสมกับจำนวนไข่ที่ต้องวางเพิ่ม เมื่ออายุ 10 ปี ขึ้นไปรูปร่างของนางพญาจะมองดูคล้ายหนอนยักษ์ตัวอ้วนพองที่เคลื่อนที่ไปไหนไม่ได้อีกต่อไป ประมาณกันว่านางพญาปลวกสามารถวางไข่ได้ 14 ฟอง ในทุก 3 วินาที ในช่วงเวลาไม่กี่เดือนเธอจึงมีลูกจำนวนมหาศาล ประชากรปลวกรุ่นใหม่เหล่านี้เองที่ช่วยกันสร้างอาณาจักรใหม่อย่างแข็งขัน

คำถาม : ที่บ้านมีแมลงเม่า มาบินเล่นไฟ ใช่ปลวกหรือไม่? ควรทำอย่างไร?

ตอบ : แมลงเม่า เป็นตัวเต็มวัย ของปลวกวรรณะสืบพันธุ์ โดยปลวกเป็นแมลงสังคมเหมือน ผึ้งและมด มีการแบ่งวรรณะ เป็น 
   1. ปลวกงาน คือปลวกที่กัดกินไม้ ไม่มีปีก สืบพันธุ์ไม่ได้ ทำหน้าที่หาอาหารให้วรรณะอื่น มีจำนวนสัดส่วนมากกว่า 90% ของปลวกทั้งรัง
   2. ปลวกทหาร คือปลวกมีหน้าที่ปกป้องอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับสมาชิกในรัง ไม่มีปีก เป็นหมัน มีประมาณ 2-3%
   3. ปลวกสืบพันธุ์ คือปลวกตัวผู้และตัวเมีย ทำหน้าที่สืบพันธุ์ ตัวเต็มวัยเรียกว่า “แมลงเม่า” หลังจากมาเล่นไฟในบ้าน และลงสู่พื้นดินเพื่อสร้างรังและผสมพันธุ์ ตัวผู้เรียกว่าราชาปลวก ตัวเมียเรียกว่า ราชินีปลวก มีทำหน้าที่ออกไข่เป็นปลวกวรรณะต่างๆ ในรังต่อไป ไม่กินเนื้อไม้ แต่ได้รับอาหารจาก ปลวกงาน มีสัดส่วนจำนวนไม่เกิน 2-3 % ของประชากรปลวกทั้งรัง
   4. ปลวกสืบพันธุ์สำรอง ทำหน้าที่ สืบพันธุ์และออกไข่แทน ในกรณี ราชาปลวก หรือราชินีปลวกตายลง มีประมาณไม่เกิน 1%

     จะพบว่า แมลงเม่า มักจะมาเล่นไฟภายในบ้านเพื่อกระตุ้นรังไข่ จากนั้นจะสลัดปีก หารอยแตกภายในบ้านเพื่อลงพื้นดินสร้างรัง (ธรรมชาติปลวกจะทำรังความลึกไม่เกิน 1 เมตรจากระดับพื้นดิน) แต่ถ้าพื้นดินใต้บ้านของท่านมีสารเคมีป้องกันกำจัดปลวกอยู่ จะทำให้แมลงเม่าไม่สามารถทำรังภายในบ้านท่านได้ แมลงเม่ามักพบในช่วงต้นปีที่มีอากาศร้อนจัด หรือวันที่มีฝนตก แม้ว่าบ้านท่านจะปิดประตูหน้าต่างมิดชิด แต่แมลงเม่าสามารถบินเข้ามาทาง ท่อน้ำทิ้ง รอยแตกเล็กๆในบ้าน (โดยทั่วไปพบว่า กว่าที่ปลวกรังหนึ่งจะมีผลิตปลวกวรรณะสืบพันธุ์คือแมลงเม่าได้ ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 ปีขึ้นไป โดยก่อนหน้านั้นจะผลิตเฉพาะปลวกงานและปลวกทหาร) แหล่งที่มาของแมลงเม่า ที่เราพบในบ้าน อาจมาได้ 3 ทางได้แก่
   1. จากทุ่งนา สวน ที่ว่าง ใกล้บริเวณหมู่บ้านท่าน
   2. จากบ้านของเพื่อนบ้าน ในหมู่บ้านท่าน
   3. จากบ้านท่านเอง
     ท่านเจ้าของบ้าน อาจ สังเกต ดูว่าถ้าพบแมลงเม่าบินทั่วไปตามไฟข้างถนน หรือพบทั่วไปทุกบ้านในหมู่บ้านท่าน แสดงว่าแมลงเม่าน่าจะมาจากทุ่งนา สวน ใกล้บ้านท่าน (พบว่าแมลงเม่าจะบินไกลไม่เกิน 100-200 เมตร) แต่ถ้าท่านพบว่ามีแมลงเม่าบินออกมาจากภายในบ้านท่าน และไม่พบตามเสาไฟหรือบ้านคนอื่น และพบทางเดินของปลวก หรือมีเสียงการกัดเนื้อไม้ในเวลาเงียบในบ้าน แสดงว่าบ้านท่านอาจมีปลวกขึ้น แล้ว 

วันจันทร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2558

เทคนิคการควบคุมปลวก และกำจัดปลวกในบ้านอย่างมีประสิทธิภาพ


สำหรับคนไม่อยากรำคาญใจเรื่องปลวกภายในบ้านของเราอย่างแท้จริง และปัจจัยที่ทำให้ปลวกมีชีวิตอยู่
หรืออยู่รอดได้ในบ้านอันแสนน่ารักของเรา รวมถึงวิธีการควบคุมไม่ให้ปลวกใหม่ๆเกิดขึ้นและการกำจัด
หรือจำกัดปลวกที่มีอยู่ให้ไม่มีชีวิตอยู่หรือตายไปนั่นเอง

       ดังนั้นนอกเหนือจากจะกำจัดปลวกที่มีอยู่ให้หมดไปแล้วนั้นการควบคุมปลวกไม่ให้เพิ่มขึ้นก็เป็นสิ่งที่สำคัญเท่าๆกัน

ปัจจัย 7 ประการที่ทำให้มีปลวกในที่อยู่อาศัย

      1. อายุองค์ประกอบไม้ที่อยู่ในบ้านเกิน 5 ปี
      2. บริเวณรอบบ้านหรือในบ้านมีการสะสมความชื้น และมีอาหารปลวกเช่นกระดาษสะสมอยู่มาก
      3. บริเวณบ้านมีที่มืด ทึบ แสงสว่างเข้าไม่ถึง การระบายอากาศไม่ดี
      4. บ้านอยู่ในที่เงียบ หรือห่างไกลจากชุมชน
      5. มีรอยแตกของพื้นปูนรอบบ้าน และในบ้าน รวมถึงมีการเชื่อมต่อระหว่างพื้นดินกับวัสดุภายในบ้าน
      6. มีการทำวัสดุไม้เชื่อมต่อกับผนังบ้านในรูปตู้ติดผนัง ซึ่งสภาพนี้มีลักษณะที่ปลวกชอบอาศัย
      7. ชั้นและตู้อยู่ติดผนังมากไป ไม่มีการเคลื่อนย้ายของเป็นระยะเวลานาน


ปัจจัย 7 ประการในการควบคุมปลวกในบ้านอย่างมีประสิทธิภาพ


      1. ปรับปรุงตกแต่งบ้านทุกๆ 5 ปี เปลี่ยนวัสดุไม้ที่หมดอายุ เปลี่ยนฝ้าที่ชื้น อุดรอยรั่วของเพดาน หลังคา ห้องน้ำ
      2. ปรับปรุงทางระบายอากาศ และแสงแดด ให้มีอากาศถ่ายเทในทุกพื้นที่ของบ้าน เปิด ประตู หน้าต่าง เป็นประจำ อาทิตย์ละครั้งเป็นอย่างน้อย
      3.ห้าม นำสิ่งของ เช่นตู้ ภาชนะใส่น้ำ วัสดุเหลือใช้วางในพื้นที่รอบบ้าน หมั่นเช็ครอยร้าว แตกของปูนซีเมนรอบบ้าน และในบ้าน ถ้าพบให้อุด ยา หมั่นกวาดพื้นซีเมนด้วยไม้กวาดทางมะพร้าว
      4. ไม่สะสมวัสดุเหลือใช้ในรูปกระดาษ กล่อง วัสดุไม้เนื้ออ่อน ซึ่งรวมถึงวัสดุตกแต่งผิว หมั่นเคลื่อนย้ายสิ่งของทุกๆ 3 เดือน
      5. ทำลายทางเดินของปลวก เมื่อพบ และใช้สารสมุนไพรฉีดอัด ตามรู ปลวกเป็นประจำ ในกรณีที่เป็นวัสดุไม้ตกแต่ง ให้ทำบริเวณฉีดพ่นสารสมุนไพร ในบริเวณที่กำหนด ทุก 3 เดือน
      6. ชั้น หิ้ง ตู้ ไม่วางชิดผนัง ควรวางห่างจากผนังเป็นระยะ 5-10 เซนติเมตร ในกรณีวัสดุตกแต่ง ให้ดำเนินการใช้สารสมุนไพร ทุกๆ 3 เดือน ตามคำแนะนำ ข้อ 6
      7. ตรวจ สอบด้วยตนเอง เดือนละครั้ง โดยเน้นที่ห้องใต้บรรได ห้องเก็บของ ตู้ต่างๆภายในครัว ของบัวและวงกบของห้องน้ำ ฝ้าห้องน้ำ รวมถึงตู้ติดผนังต่างๆที่ไม่เคยเปิด

แหล่งที่มา : www.tamlaydee.com

วันอาทิตย์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2558

บ้านปลอดปลวก – คอลัมน์ “รอบรู้เรื่องบ้านๆ”


       บ้านพักอาศัยทั่วๆ ไปกว่า 90% มักมีอันต้องผุพังไปก่อนเวลาอันสมควรจากปลวก และแมลงร้ายสารพัดชนิด โดยเฉพาะปลวกนั้นถือว่าเป็นมหันตภัยร้ายสำหรับบ้านมากที่สุด จึงกลายเป็นคู่ขัดแย้งที่สำคัญของมนุษย์เราโดยปริยาย ความจริงแล้ว เจ้าปลวกที่ว่านี้ มันมิได้พิศมัยอะไรกับไม้แม้แต่น้อย แต่เป็นเพราะ เซลลูโลส (Cellulose) ในเนื้อไม้ต่างหากที่เป็นอาหารอันโอชะของปลวก ดังนั้นไม่เพียงแต่ไม้ที่จะต้องผุพังกลายเป็นกากอาหารของปลวก แต่ยังรวมไปถึงอะไรก็ตามที่มีเซลลูโลสเป็นองค์ประกอบอยู่ เช่น กระดาษ, ผ้า, หนังสัตว์ พรหม หนังสือ ฯลฯ และวัสดุหรือเครื่องใช้ภายในบ้านอีกหลายสิบชนิดที่หาพบได้ในบ้านพักอาศัยทั่วๆ ไป

ศัตรูร้ายจากใต้ดิน
       ปลวก ที่จัดว่าเป็นศัตรูร้ายสำหรับบ้านเรือนของเราก็คือ ปลวกใต้ดิน (Sub-Terranean Termites) พวกนี้ถือเป็นศัตรูโครงสร้าง (Structural Pests) ที่ทำความเสียหายสูงสุด ถึง 95% ของความเสียหายทั้งหมดก็ว่าได้ อาณาจักรของปลวกพวกนี้จะอยู่ใต้ดิน อาศัยอยู่ร่วมกันตามแบบฉบับของสัตว์ที่เรียกว่า “แมลงสังคม” ซึ่งในรังปลวกใต้ดินจะเต็มไปด้วยประชากรปลวกนับแสนนับล้านตัว แบ่งแยกหน้าที่กันเป็นวรรณะต่างๆ (ทำงานเป็นทีมเวิร์คครับ) ปลวกนางพญาและราชา : ทำหน้าทีวางไข่เพิ่มประชากรในวัง …เอ๊ยในรังของมัน
ปลวกทหาร: ทำหน้าที่ต่อสู้ศัตรูผู้บุกรุก
ปลวกงาน: ทำหน้าที่หาอาหาร, สร้าง ,ซ่อม , ขยายรังและทางเดิน
ปลวกขยายพันธุ์: ทำหน้าที่ขยายพันธุ์ เราเรียกกันว่าแมลงเม่า หรืออาจกล่าวได้ว่าวงจรชีวิตของปลวกใต้ดินนั้นมีจุดเริ่มต้นมาจากแมลงเม่า


วิธีรบกับปลวกและการป้องกัน
       ปัจจุบันวิธีการรบที่นิยมคือ การป้องกันเสียแต่เนิ่นๆ คือการกำจัดแหล่งสร้างรัง อันเป็นฐานทัพใหญ่ของปลวก และทำลายทางขึ้นลงหรือเส้นทางลำเลียงพล พร้อมกับการส้างแนวป้องกัน สำหรับการบุกรุกใหม่ในอนาคต ส่วนการที่เราจะไปคิดแก้ปัญหาที่ต้นตอด้วยการสร้างบ้าน โดยใช้วัสดุที่ไม่มีเซลลูโลสของโปรดของปลวกนั้น ดูจะลำบากครับ เพราะต้องควบคุมตั้งแต่การก่อสร้างตั้งแต่แรกเริ่ม ถึงแม้ปัจจุบันจะมีไม้เทียมหรือใช้คอนกรีต แต่วิธีการก่อสร้างยังคงใช้ไม้แบบกันอยู่ (เจ้าตัวนี้แหละครับ เหยื่อล่อปลวกเข้าบ้าน) สำหรับการป้องกันกำจัดปลวกอย่างถูกวิธีนั้นเราควรทำตั้งแต่

       1. ก่อนก่อสร้าง โดยอัดเคมีลงดิน ให้รอบแนวคานด้านใน-นอก และฉีดเคลือบผิวดินในทุกๆ ตารางนิ้ว รวมทั้งสเปยร์เคมีออกไปโดยรอบของตัวอาคาร 1 เมตรและบริเวณที่มีความชื้นสูง
       2. การราดน้ำยาผ่านระบบท่อใต้อาคาร (ลักษณะนี้ต้องทำตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง) ระบบท่อจะเดินตามคานและเจาะรูที่ท่อเป็นระยะๆ แต่ท่อจะไม่สัมผัสกับดินเรื่องจากอาจจะทำให้ท่ออุดตันได้ ซึ่งระบบนี้จะสะดวกสบายกว่า เพราะไม่จำเป็นต้องเข้าไปในตัวบ้าน ไม่ต้องทุบพื้น เจาะบ้านเป็นรูเพื่ออัดน้ำยาให้ตัวบ้านหลังจากอัดน้ำยาในครั้งแรกหมดอายุ
       3. ในกรณีที่ไม่ได้เตรียมท่อน้ำยาไว้ตั้งแต่แรก ต้องเจาะรูขนาด 5/8 นิ้ว ให้ทะลุพื้นจนถึงชั้นดินรอบแนวคานทั้งด้านในและนอก แต่ละจุดห่างกันประมาณ 1 เมตร
       4. หากตรวจพบกองดินหรือทางเดิน ของปลวกให้ค้นหาถึงจุดที่ปลวกขึ้นมา และทำลายทิ้งด้วยน้ำยาหรือสเปรย์ฆ่าปลวก ทิ้งไว้ซัก 2-3 วัน ให้ทำการตรวจสอบอีกครั้ง
       5. ฉีดเคมีเคลือบโครงไม้ โดยให้ซึมเนื้อไม้เน้นตามรอยเลื่อนรอยต่อ เป็นการป้องกันการเกิดขึ้นใหม่ของปลวก มอด ด้วง และเชื้อราต่างๆด้วย ควรเลือกไม้ที่นำมาก่อสร้างที่มีความทนทางต่อการทำลาย เช่น ไม้สัก ไม้เต็ง ไม้แดง ไม้ชิงชันและไม้ประดู่ (ข้อนี้ขึ้นอยู่กับงบประมาณในกระเป๋าครับ) แต่ถ้าใช้ไม้เนื้ออ่อน ควรทำการอาบน้ำยาป้องกันเสียก่อน ข้อแนะนำเพิ่มเติม
       6. ไม่ควรปลูกต้นไม้ใหญ่ไว้ใกล้บ้าน เพราะปลวกจะอาศัยรากไม้เข้ามาในบ้านได้
       7. พยายามป้องกันไม่ให้แมลงเม่าบินเข้ามาภายในบ้าน เพราะแมลงเม่าคือปลวกเจริญพันธุ์ เมื่อเข้ามาจะทำรังและวางไข่กลายเป็นปลวกได้ครับ ที่เขียนมาข้างต้น ก็เป็นการป้องกันและดูแลบ้านเราให้รอดพ้นจากภัยจากปลวก ศัตรูตัวฉกาจที่ไม่ว่าบ้านใครก็ไม่อยากเจอะเจอกับมัน เพราะจะเกิดความเสียหายอาจเกิดขึ้นโดยไม่ทันระวัง ดังนั้นการหมั่นตรวจสอบและดูแลบ้านอยู่เสมอจะเป็นการดีที่สุดครับ


อ้างอิงจาก
นายสิทธิพร สุวรรณสุต
นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน CEO P.D. House
ที่มา : thinkofliving.com

ปลวก สัตว์อันตรายที่มากับน้ำ


      หลังจากที่น้ำท่วนหรือฝนตก ปลวกจะเป็นแมลงอีกชนิดหนึ่งที่จะเข้ามาทําลายโครงสร้างอาคารรวมทั้งวัสดุสิ่งของที่ทําจากไม้เนื่องจากวัสดุมีความชื้นจากการดูดซับน้ำเป็นเวลานาน และภายในบ้านมีแหล่งสะสมความชื้นซึ่งเหมาะสมต่อการเป็นที่อยู่และแหล่งอาหารของปลวกและอีกอย่างการที่พื้นดินถูกน้ำท่วมจะเป็นสะพานที่ทําให้ปลวกเข้ามาอาศัยในบ้านคนได้เมื่อน้ำลด สิ่งที่ควรต้องตรวจตราโครงสร้างอาคารบริเวณที่เป็นไม้บริเวณรอยแตกแยกของพื้นคอนกรีต หรือรอยเชื่อมต่อระหว่าผนัง เสา หรือคานต่อดิน เสาคาน ฟื้นปาร์เก้ คร่าวเพดาน คร่าวฝา วงกบ ประตูและหน้าต่าง ห้องเก็บหนังสือเฟอร์นิเจอร์ไม้ต่าง เป็นต้น ซึ่งบริเวณดังกล่าวจะเป็นแหล่งที่จะมีปลวกมาอาศัยอยู่ 

การควบคุมกําจัดปลวก 
       ปลวกมีช่องทางที่จะเข้ามาในบ้านหลายช่องทาง เช่น ตามรอยแตกร้าวของพื้นคอนกรีต บันไดรอยต่อระหว่างพื้นคอนกรีตและตัวอาคาร ท่อประปา ท่อน้ำทิ้ง ปล่องสายไฟ ดังนั้นหลักการกําจัดปลวก มีดังนี้

       1. การใช้สารเคมีกําจัดปลวกจะด้วยวิธีฉีดพ่น หรืออัดสารกําจัดปลวกเข้าไปในพื้นดินซึ่งมีสารเคมีกําจัดแมลงหลายชนิดที่ผ่านการรับรองจาก อย. แต่การปฏิบัติควรให้ผู้ที่มีความรู้ความชํานาญในการการกําจัดปลวกดําเนินการจะทําให้มีความปลอดภัยมากกว่าที่เจ้าของบ้านจะดําเนินการเอง
       2. การใช้เหยื่อเนื่องจากปลวกเป็นสัตว์สังคม เช่นเดียวกับมดจึงอาศัยหลักการเดียวกัน คือให้ปลวกนําเอาเหยื่อพิษเข้าไปในรังและสารเคมีจะทําลายปลวกตัวอื่นๆที่อยู่บนรังด้วยสารที่นําใช้เป็นเหยื่อเช่น สารควบคุมการเจริญเติบโต หรือสารที่ออกฤทธิ์ช้าที่มีคุณสมบัติในการดึงดูดปลวกเข้ามากิน หรือ สารเคมีกําจัดแมลงที่ออกฤทธิ์ช้าเป็นต้น ‐การใช้กับดักแสงไฟ เพื่อดึงดูดแมลงเม่าเข้ามาเล่นไฟ แล้วนําไปกําจัดเป็นการลด ปริมาณที่จะผสมพันธุ์และสร้างรังใหม่ของปลวก
       3. ทําความสะอาดหรือใช้สารเคมีพ่นบริเวณพื้นที่ปลวก เมื่อสํารวจพบแหล่งอาหารและแหล่งอาศัยของปลวกให้กําจัดและเคลื่อนย้ายหรือขุดรังปลวก หรือวัสดุต่างๆที่จะเป็นอาหารออกจากบริเวณนั้น
       4. การใช้สมุนไพรกำจัดปลวก ปัจจุุบันกำลังได้รับความนิยม เพราะไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสัตว์เลี้ยง, ไม่มีสารพิษตกค้างในบ้านเรือน ,ไม่ต้องเจาะพื้น ไม่เจาะเฟอร์นิเจอร์ ไม่ต้องวางท่อ ,ไร้กลิ่นไม่ต้องอพยพคนในบ้าน ,ไม่ต้องใช้เหยื่อล่อปลวก

วิธีสังเกตบ้านมีปลวกมาทำรัง หรือยัง?

ท่านเจ้าของบ้าน สามารถสังเกตการเข้าทำรังของปลวกในบ้านของท่าน ด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้

   1. เตรียมอุปกรณ์ คือ ไฟฉาย ไขควง เดินสำรวจในบ้าน โดยเริ่มต้นส่วนที่เป็นไม้ เช่น ประตูห้องน้ำ วงกบหน้าต่าง ขอบบัว ห้องเก็บของ รอยแตกของผนังอาคาร หากพบดินสีน้ำตาลดำแทรกอยู่ระหว่างไม้กับคอนกรีต ลงใช้ไขควงเขี่ยดูภายในหากพบตัวปลวก (คล้ายมด แต่ส่วนท้องมีสีขาว) แสดงว่าบ้านท่านถูกรุกรานจากปลวกแล้ว

   2. ฝ้าเพดานเป็นอีกส่วนหนึ่งที่มักพบปลวกเข้าทำลาย ปัจจุบันฝ้าเพดานส่วนใหญ่ ทำจากแผ่นยิปซั่ม

     • แผ่นยิบซั่มมีส่วนประกอบของปูนซิเมนต์ซึ่งปลวกไม่กิน แต่ จะมีกระดาษสีน้ำตาลหุ้มอยู่ ซึ่งเป็นอาหารที่ปลวกชอบมากที่สุด

     • การสังเกตว่าฝ้าเพดานมีปลวกทำลายหรือไม่ โดยปกติเมื่อเรามองบริเวณฝ้าเพดานที่ปกติ จะเป็นแผ่นเรียบมีสีขาวตลอดทั้งแผ่น แต่หากมีปลวกเข้าทำลาย ฝ้าเพดานจะมีจุดสีน้ำตาล คล้ายดินและผงออกมา เป็นรู และเป็นคลื่นไม่เรียบ คล้ายน้ำรั่ว แต่จะไม่มีคราบเหมือนน้ำรั่ว เนื่องจากกระดาษที่หุ้มฝ้าถูกทำลาย จนเนื้อยิปซั่มไม่มีอะไรหุ้มยึด หากเราใช้ไขควงทิ่มบริเวณดังกล่าวจะทะลุและเห็นทางเดินของปลวก

     • ปลวกที่เข้าทำลายฝ้าเพดาน ส่วนใหญ่จะขึ้นมาจาก เสาท่อน้ำทิ้ง หรือเสาหลอก (เสาต้นสี่เหลี่ยมใหญ่ๆ ที่อยู่รอบตัวบ้าน)

     • ปลวกกินทุกอย่างที่ทำจากไม้เพราะมีส่วนประกอบของเซลลูโลส และจะเลือกกินส่วนที่อ่อนที่สุด เช่น กระดาษ

   3. ตรวจดูไม้ค้ำยันต้นไม้ บริเวณภายในบ้าน บริเวณรั้วบ้าน ที่อับชื้นภายในบ้าน

วันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2557

วิธีป้องกันและกำจัดปลวก

การป้องกันและกำจัดปลวกควรเริ่มทำตั้งแต่ยังไม่ได้สร้างบ้าน จึงจะป้องกันปลวกได้ดีที่สุด
โดยมีวิธีการต่างๆ ดังนี้

    1. ไม่ควรเก็บวัสดุที่เป็นอาหารของปลวก เช่น เศษกระดาษ เศษผ้า หรือเศษไม้ ไว้บริเวณบ้าน
    2. หากบริเวณที่ดินที่จะสร้างบ้านมีรังปลวกหรือจอมปลวก ควรทำลายทิ้งให้หมด
    3. ส่วนของบ้านที่ติดกับพื้นดิน ควรทำให้เป็นคอนกรีต หากมีรอยแตก หรือรูเจาะให้อุดยาแนวด้วยยางมะตอย เพื่อไม่ให้ปลวกสามารถเข้าสู่บ้านได้
    4. ใช้สารเคมี หรือผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ ป้องกันปลวก บนที่ดินที่จะสร้างบ้านให้ทั่ว
    5. ส่วนใดของบ้านที่มีโครงสร้างเป็นไม้ ควรเลือกใช้ไม้ที่มีแข็งแรงทนทานต่อปลวก เช่น ไม้ชิงชัง ไม้ตะเคียน ไม้แดง ไม้ตะแบก ไม้สัก ไม้เต็งรัง หรือไม้มะค่าโมง เนื่องจากเป็นไม้เนื้อแข็ง หากต้องการใช้ไม้เนื้ออ่อนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทาน้ำยาเคมีกันปลวกให้ ทั่วถึง
    6. ไม่ควรให้มีสิ่งใดๆ มาพาดหรือปกคลุมหลังคาบ้าน เพราะอาจเป็นทางเดินของปลวกเข้าสู่บ้าน หรือเป็นทางเดินเข้าสู่บ้านของสัตว์อื่นๆ เช่น นก แมลง งู ฯลฯ
    7. เมื่อพบเห็นปลวกภายในบ้าน ต้องรีบกำจัดทิ้งทันที หรือเรียกช่างกำจัดปลวก   
    8. วางระบบท่อน้ำยาเคมีกำจัดปลวกใต้อาคารให้ทั่วถึงอย่างถาวร เพื่อเป็นการกำจัดปลวกอย่างต่อเนื่อง
Copyright © 2015. Zero Pest Nature | zeropestnature@gmail.com | Phone : 085-121-1422 | Created By Zero Pest Nature